TEE-NOI • View topic - สงครามลับในลาว

TEE-NOI

สังคมที่ปราศจากการ...ตอแหล
 
It is currently Thu Jan 14, 2010 3:07 pm

All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 746 posts ]  Go to page Previous  1 ... 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21 ... Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: Thu Jun 11, 2009 8:58 pm 
Offline
User avatar

Joined: Tue Sep 30, 2008 12:18 am
Posts: 1329
ตอบคุณ MadFroG

ยินดีครับ ที่มองเห็นประโยชน์ของบอร์ดนี้ ผมเชื่อว่าคุณตี๋น้อย ฟาวน์เดอร์ของบอร์ด คงดีใจ

บอร์ดแบบนี้จะอ่านกันยาวสักหน่อย เพราะเปิดประเด็นให้เสวนา โต้แย้งแสดงเหตุผลได้กว้างขวาง
เราหวังว่า บอร์ดนี้จะเป็นจุดเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ช่วยสร้าง " สังคมอุดมปัญญา "

หากสงสัยตรงไหน ? หรือมีประเด็นโต้แย้ง ก็เชิญส่งเข้ามาได้เลยครับ
ไม่ต้องอ่านจบก่อนก็ได้ ไม่ต้องเหยียบขี้เมฆคุยกันแบบเว็บขี้โม้ สงสัยก็ถามกันตรงๆ
เพราะเราถือว่าทุกท่านมีมุมมองที่แตกต่างกันได้ และมุมมองของทุกท่านมีประโยชน์

_________________
To sin by silence, of what we should protest
is a coward out of man.


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Jun 11, 2009 11:39 pm 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
ขอบคุณครับคุณ Mustang ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บเสธ.แดง เดี๋ยวนี้ผมเข้าใจแล้ว อย่าไปใส่ใจเลยครับ ผมว่าที่นี้น่าจะให้อะไรแก่ผู้อ่านได้มากกว่าเพราะพวกเราไม่เพ้อเจ้อ พูดในสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกต่างหาก


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 10:07 am 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
การทำศึกสงครามใดๆ ก็ตามถ้าไม่มีการข่าวที่เชื่อถือได้และแม่นยำแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้รับชัยชนะ ดังนั้นการข่าว(intelligence)จึงมีความหมายต่อการสู้รบในสงครามไม่ว่าจะเป็นสงครามที่มีการประกาศเป็นทางการหรือสงครามนอกแบบก็ตาม ฝ่ายยุทธการจำเป็นจะต้องทำการหาข่าวความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามเพื่อนำมาประกอบการวางแผนการรบ

สงครามลับในลาวก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์ปะเทดลาวที่ได้รับการสนับสนุนทั้งจากจีนและโซเวียตโดยผ่านเวียตนามเหนือ หรือลาวฝ่ายขวาซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก CIA ก็ตาม ต่างฝ่ายก็มีเครือข่ายการข่าวเพื่อชิงความได้เปรียบในทางยุทธวิธี การหาข่าวของทหารลาวหรือทหารม้งในระยะเริ่มต้นของสงครามใช้วิธี
หาข่าวจากเครือญาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม แต่กว่าจะได้มาซึ่งข่าวสารแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานเพราะการคมนาคมไม่สะดวกเนื่องจากภูมิประเทศของลาวเต็มไปด้วยภูเขา ถ้าต้องการตรวจเช็คความน่าเชื่อถือของข่าวที่ได้มาก็ไม่สามารถทำได้ ต่อมาเมื่อมีการฝึกการหาข่าว การใช้เครื่องมือสื่อสารโดยหน่วย PARU จากประเทศไทยภายใต้การสนับสนุนของ CIA จึงทำให้การปฏิบัติการหาข่าวของทหารลาวและทหารม้งได้รับการพัฒนาและมีประสิมธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะได้มีการนำเฮลิคอปเตอร์จาก Air America มาสนับสนุนในการส่งทีมหาข่าวเข้าสู่พื้นที่ฝ่ายตรงข้าม ยิ่งทำให้เครือข่ายการข่าวขยายไปทั่วทุกพื้นที่แม้กระทั่งหลังแนวข้าศึกหน่วยหาข่าวของฝ่ายลาวและม้งก็สามารถบุกเจาะเข้าไปล้วงข่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อครั้งแรกที่ผมเข้าสู่สมรภูมิลาวในกลางปี 2512 นั้น งานแรกก็คือการฝึกทีมหาข่าวและส่งทีมเข้าสู่พื้นที่หลังแนวข้าศึกระหว่างตอนใต้ของเมืองเดียนเบียนฟูกับตอนเหนือของเมืองซำเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการฝ่ายลาวคอมมิวนิสต์โดยขณะนั้นมีเจ้าสุภานุวงศ์ ท้าวหนูฮักและท้าวไกรสอนพำนักอยู่ในถ้ำ ทีมหาข่าว 1 ทีม ประกอบด้วยพลวิทยุ(Delco เคาะระหัส) นายสิบพยาบาลและพลลาดตระเวณอีก 4-6 คนรวมแล้วไม่เกินทีมละ 8 คน เครื่องมือสื่อสารนอกจากวิทยุส่งระหัส Delco แล้วยังมีเครื่อง HT-2 อีก 2 เครื่องสำหรับใช้ติดต่อกับเครื่องบินฝ่ายเรา HT-2เป็นเครื่องรับส่งระบบ VHF คล้ายๆเครื่องของตำรวจจราจรบ้านเราเมื่อหลายปีที่แล้ว ผมจะพยายามหารูปทีมมาให้ดูด้วย แต่วันนี้ไม่ทันจริงๆ ขั้นตอนในการส่งทีมเข้าหลังแนวข้าศึกก่อนอื่นจะต้องเลือกเป้าหมายที่จะส่งทีมลงไปโดยศึกษาจากภาพถ่ายทางอากาศซึ่งทางบก.CIA ที่อุดรฯจะเป็นผู้จัดหาให้ เมื่อเลือกจุดลงของเฮลิคอปเตอร์ได้แล้วต่อไปก็เป็นการบินเพื่อตรวจดูสภาพความเป็นจริงของภูมิประเทศโดยเฉพาะจุดปล่อยทีมลงจากเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินตรวจการณ์ที่ใช้ก็คือเครื่อง Baron 2 ใบพัดของ Cessna จาก Air Continental ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเช่นเดียวกันกับ Air America แต่จำนวนเครื่องบินน้อยกว่า นักบิน Barron จะบินในระดับ 8000-10000 ฟิตและอาจลดต่ำลงบ้างเมื่ออยู่เหนือเป้าหมาย แต่จะไม่ต่ำกว่า 6000 ฟิต การบินสำรวจพื้นที่เป้าหมายจะทำในเวลาก่อนเที่ยงเพราะทีมจะต้องลงถึงเป้าหมายก่อนหกโมงเย็น เหตุผลที่กำหนดเวลาดังกล่าวก็เผื่อมีการติดตามจากฝ่ายตรงข้าม ความมืดก็จะเข้ามาแทนที่และทำให้ข้าศึกไม่สามารถติดตามทีมได้ในเวลากลางคืน

การส่งทีมหาข่าวแต่ละครั้งต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ CH-34 จำนวน 2 ลำ(1 ลำบรรทุกลูกทีม อีก 1 ลำจะบินวนและเตรียมพร้อมเพื่อลงรับทีมในกรณีฉุกเฉิน) เครื่องบิน T-28 ทำหน้าที่บินคุ้มกัน 2 ลำและเครื่อง Baron เพื่อบินตรวจการณ์ขณะปฏิบัติการ เมื่อทีมลงสู่เป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ละวันก็จะมีการส่งข่าวทางระหัสด้วยเครื่อง Delco ซึ่งพนักงานวิทยุได้รับการฝึกอบรมมาจากโรงเรียนสื่อสารที่น้ำยู้
L-118A โดยมีครูอุดม ปาณิกบุตร์ อดีตเจ้าหน้าที่สื่อสาร RARU เป็นครูฝึก ทีมหาข่าวจะนำเสบียงติดตัวไปพอสำหรับ6-7วัน หลังจากนั้นก็จะมีการ Resupply โดยการทิ้งร่มในเวลากลางคืนซึ่งผมจะเล่าในตอนต่อไปครับ...


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 10:53 am 
Offline
User avatar

Joined: Sat May 30, 2009 12:24 pm
Posts: 248
ท่านเสธ.ดำเปิดแนวรบด้านเหนือให้ดูแล้วแล้ว ตื่นเต้นครับ! นึกถึงเพลงไทยดำรำพันขึ้นมาทันทีเลย สงสัยคุณ ก.วิเสด จะแต่งช่วงนั้น


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 11:03 am 
Offline
User avatar

Joined: Tue Sep 30, 2008 12:18 am
Posts: 1329
ตาทุ้ยมาส่งภาพครับ

ภาพแรกเป็น Beechcraft Baron เป็น บ.ธุรการของ ทบ.สหรัฐฯ

Image
(ภาพของ Wiki)
ภาพถัดไปเป็น เครื่อง Baron เหมือนกัน แต่ลำนี้อยู่ในเขมร

Image
(ภาพของ Air America)

อันถัดไปคือวิทยุ Delco หรือ PRC-64 ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ครับ ?

Image
(ภาพของ armyradio.co.uk)

_________________
To sin by silence, of what we should protest
is a coward out of man.


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 5:59 pm 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
ขอบคุณตาทุ้ยที่กรุณาส่งรูปมา Back Up เครื่องบิน Baron สมัยสงครามลาวมีใช้เฉพาะของ Air Continental มีอยู่ 4 ลำใช้รับส่ง VIP ใช้บินตรวจการณ์และทิ้งใบปลิวเหนือดินแดนข้าศึก มีความคล่องตัวสูง ส่วนวิทยุ Delco เป็นอีกรุ่นครับ เล็กกระทัดรัดและน้ำหนักเบากว่ารุ่นนี้

ผมลืมบอกไปว่าทีมหาข่าวจะแต่งตัวด้วยเครื่องแบบของทหารฝ่ายคอมมิวนิสต์ปะเทดลาว อาวุธประจำกายคือ AK-47 หรืออาร์ก้า การคัดเลือกทีมหาข่าวจะต้องเอาคนที่เคยอยู่ในพื้นที่หรือมีญาติอยู่ในพื้นที่เป้าหมายเพราะจะต้องมีการติดต่อกันกับญาติเพื่อสร้างข่ายการข่าวขึ้น สิ่งที่ลูกทีมนำไปได้แก่ยารักษาโรค ยาแก้ปวด APC เม็ดสีชมพู วิตามิน B-Complex(เม็ดสีแดง ชาวลาวถือว่าเป็นยากินข้าวแซบ คือทำให้เจริญอาหาร) เพื่อฝากญาติหรือแลกกับข่าว เครื่องประดับเทียมซึ่งในยุคสงครามระหว่างปี 2510-2515 เครื่องประดับยี่ห้อ Sun Flower เป็นที่นิยมในหมู่คนลาวทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์และฝ่ายขวา ดังนั้นทาง บก. CIA ที่อุดรฯจึงได้จัดเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้สำหรับทีมหาข่าว การส่งทีมออกหาข่าวจะต้องทำอย่างต่อเนื่องและให้ปกคลุมพื้นที่ยึดครองของข้าศึกทั้งหมด ยิ่งส่งไปมากยิ่งได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม

เมื่อมีการเริ่มรายงานจากทีม ข่าวต่างๆจะถูกถอดระหัสออกมาเป็นภาษาลาวและล่ามแปลก็จะต้องรีบแปลให้เสร็จทันทีและนำส่ง case officer ซึ่งข่าวที่แปลแล้ว และผ่านการตรวจเช็คจาก case officer หลังจากนั้นจะถูกส่งโดยทาง Telex(สมัยนั้นยังไม่มี FAX หรือ e-mail) เข้า OB ที่บก.CIA อุดรฯ ถ้าเป็นข่าวด่วนเช่นมีการเคลื่อนกำลังเป็นจำนวนมากของฝ่ายข้าศึก ทาง บก.ที่อุดรฯก็จะประสาณไปยังกองทัพอากาศสหรัฐเพื่อส่งเครื่องบินตรวจการณ์และถ่ายภาพทางอากาศ ซึ่งตามปกติแล้วจะมีเครื่องบิน U-2 บินตรวจการณ์อยู่ระหว่างชายแดนจีนตอนใต้กับเหนือเขตทุ่งไหหินอยู่แล้ว ถ้าเครื่องบินตรวจการณ์ยืนยันตามข่าวที่ได้รับจากทีมหาข่าวในพื้นที่ ภายในระยะเวลาไม่นานเกินรอก็จะมี B-52 ซึ่งบินขึ้นจากฐานบินอู่ตะเภาเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันเที่ยวละ 2ลำเป็นอย่างน้อย หรือถ้าเป็นขบวนยานยนต์หรือรถถัง ก็จะเรียกใช้บริการ Spectre Gunship จากฐานบินอุบลฯ เพราะเจ้า Spectre Gunship ที่ว่านี้คือเครื่อง C-130 ติดตั้งปืนใหญ่ 105มม.นำวิถีด้วยเรเซอร์ 2 กระบอก ปืนกลอากาศ 40มม. 1 กระบอกและ 20มม.อีก 2 กระบอก แต่ถ้าเป็นเป้าหมายไม่ใหญ่โตเช่นมียานยนต์หรือรถถังจำนวนไม่มากก็จะใช้เครื่องแฟนท่อม F-4C จากฐานบินอุดรฯจัดการแทน เฉพาะเวลากลางวัน

ในระหว่างสงครามกำลังดำเนินอยู่นั้น กองทัพอากาศสหรัฐได้จัดให้มีการบินเฝ้าตรวจการณ์24ชั่วโมงเหนือน่านฟ้าของลาวโดยจะใช้เครื่อง B119 หรือ C-130 ซึ่งเป็นที่รู้กันในนาม "บก.ลอยฟ้า" กลางคืนจะใช้ชื่อเรียกขานว่า "โฮโบ"(Holbo) ส่วนกลางวันจะใช้ชื่อเรียกขานว่า "คริ๊กเก็ต"(cricket) บก.ลอยฟ้าดังกล่าวนับเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักรบทุกนายที่อยู่ในสมรภูมิ อย่างน้อยก็มีผลทางจิตใจเพราะเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเช่นข้าศึกเข้าโจมตีด้วยกำลังหรือโดยวิธียิงปืนใหญ่ ทาง FAG ประจำหน่วยก็จะรายงาน บก.ลอยฟ้าทันที เครื่องบินสนับสนุนการรบในลาวเกือบจะทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเจ้า Stinger นักล่ายานยนต์ในเวลากลางคืน และเครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิดชนิดใบพัดแต่ปฏิบัติการรบได้ในเวลากลางคืน มีฐานที่ตั้งอยู่ฐานทัพอากาศนครพนมหรือที่ฝรั่งชอบเรียกว่า NKP เจ้า Spectre Gunship C-130 ประจำอยู่ฐานทัพอุบลฯ เจ้าปีศาจเวหา F-4C Phantom ประจำอยู่ที่ฐานทัพอากาศอุดรฯ Helicopter Gunship หน่วย White Horse ประจำอยู่ค่ายเสณีย์รนยุทธ กก.ชด.เขต 4 อุดรฯ ส่วน T-28 "เจ้าผาขาว"และ Spooky Gunship C-47 นั้นบินโดยนักบินลาวและม้ง ประจำการอยู่ตามกองทัพภาคต่างๆของลาว

ขอให้ตาทุ้ยช่วยลงรูป Spectre, Stinger, F-4C, Sky Raider A1-E และ Spooky ให้ผู้อ่านได้ดูด้วยครับ รูปที่อยู่ใน Photo Bucket ที่ผม saved ไว้มันหายไปหมด


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 6:09 pm 
Offline

Joined: Sun May 17, 2009 10:53 am
Posts: 16
เรียนท่าน เสธ. ดำผมได้รับข้อความแล้ววันนี้ ขอบคุณท่านมากครับที่อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักบิน RAVEN ถ้าเป็นไปได้ช่วยกรุณาค้นหาทีม SR6 ที่มี ส.ท. สุวรรณ์ ไวยปัญญา ยศในขณะนั้น ประจำฐานป. 155 มม. ที่เมืองสุย ทางตอนเหนือของลาว มาถึงก็เข้าป่าไปตั้งฐานกันเลย ไปกันประมาณ 10 คน ชื่อเรียกฐานป. 155มม.SR6 มีตั้งแต่ SR1 - SR8
ผบ.หน่วย ที่พอนึกชื่อออก พล.ท. แผ้ว แผ้วพิสากุล พล.อ. สำเภา ชูศรี พล.อ. บุรินย์ ชัยยะบุริน เข้าลาวในปี 2510 อยู่ในลาว 8 เดือน หลังจากนั้นในปี 2512 ก็เข้าไปรบในเวียดนามอีก 1 ปี เสือดำผลัดที่ 2 ส่วนที่ 2 มี พล.อ. วิโรจน์ แสงสนิท เป็น ผบ.พัน พล.อ. ณรงค์ สาลรักษ์ ผบ.ร้อย
ด้วยกาลเวลาที่นานมาแล้ว ทำใหตาแกลืมไปบ้าง แต่ตาเขาขอให้ช่วยค้นหารายชื่อเพื่อนร่วมรุ่นที่ไปรบในลาวให้หน่อย ตาเขาอยากติดต่อกับเพื่อนในอดีต ว่าเพื่อนล้มหายตายจากกันไปเท่าไหร่แล้ว ตาทุ้ยช่วยเป็นสื่อกลางให้หน่อยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง เพราะตาแกย้ำกับผมทุกครั้งที่ผมเข้าไปซื้อของในร้านแกในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ความสุขเล็กๆน้อยๆของชายผู้หนึ่งคือนั่งขายของ พูดคุยกับลูกค้า และนั่งส่องพระเป็นประจำทุกวัน ในหมู่บ้าน อีสเทริน์แลนด์ ซ. 1/2 ร้าน ตา ยาย จ.ชลบุรี ครับทุกวันนี้เมื่อผมไปซื้อเครื่องดื่มที่ร้าน ตาแกจะคอยถามผมตลอด ช่วยหน่อยนะครับจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 8:13 pm 
Offline
User avatar

Joined: Tue Sep 30, 2008 12:18 am
Posts: 1329
ปัญหาของคุณ Rodeo ผมจะพยายามสอบถามให้ครับ
แต่หาค่อนข้างยากนะครับ เพราะรุ่นนั้นไปแบบลับจริงๆ เป็นรุ่นก่อนท่านเสธ.ดำอีก
คงไม่มีสารบบอะไรลงไว้ ต้องอาศัยคนที่ร่วมสมัย และร่วมภารกิจ แต่ผมจะพยายามครับ

ผมมาส่งภาพตามที่ท่านเสธ.ดำ ขอไว้ครับ
ภาพของ F-4 Phantom ll และ A-1 Skyraider มีอยู่ตอนต้นกระทู้แล้วนะครับ

บ. Gunship ที่ทำหน้าที่ ในยุคสงครามเวียดนามและลาว มีอยู่ด้วยกัน ๔ แบบ
แบบแรกคือ AC-47D Spooky หรืออาจเรียกว่าเป็นสปุ๊คกี้รุ่นแรก

Image

ภาพ Mascot ที่หัวเครื่อง ไม่ใช่ภาพหนุมานนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจว่าเป็นของ บน.๑

Image

เขี้ยวเล็บ

Image


ส่วนอันต่อมา เป็นภาพของ AC-130 Spectre (หรือ Spooky ll) หน้าตาดุดัน

Image


Spectre กำลังทำงานครับ

Image


แบบนี้เรียกว่า " Cone Of Fire "

Image


นี่เล่นแบบแท๊กทีม ข้าศึกตรงนั้นไม่มีทางรอด ต้องขุดรูหนีอย่างเดียว

Image

ใครหนอ มันช่างคิดเอาปืนใหญ่ ๑๐๕ มม. ไปติดเครื่องบิน กลายเป็นฐาน ป. บินได้
รถถังโดนแบบนี้นัดเดียว ป้อมปืนกระเด็น ภาพนี้เป็นรุ่นสงครามอ่าว นบ.หญิงเสียด้วย
ดูเอานะครับ ใหญ่ไม่ใหญ่ก็กางเกงเด็กนุ่งไม่ได้แล้วกัน (หมายถึงปืนนะ)

Image


ถัดมาอีกรุ่น เป็น AC-119 Stinger

Image

Image


อันนี้ภาพ Stinger กำลังทำงาน ฝรั่งเรียก Dragon's Breath

Image


แบบสุดท้ายแล้วครับ Shadow คือ C-123 Provider ผมเข้าใจว่านำไปทำกันชิพ
จำนวนน้อย จึงหาภาพที่เป็นกันชิพแท้ๆ ยากมาก

Image

ในส่วนของ " บก.ลอยฟ้า " หรือ ABCCC (Airborne Battlespace Command Control Center )
มี Call Sign อยู่ด้วยกัน ๔ ชื่อ ผมจะส่งข้อมูลเรียนท่านเสธ.ดำ ทางเมล์นะครับ

(ขออภัยท่านเจ้าของภาพ เพราะผมจิ๊กเขามามั่วไปหมด จะใส่เครดิตให้ภายหลังครับ)

_________________
To sin by silence, of what we should protest
is a coward out of man.


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 8:37 pm 
Offline
User avatar

Joined: Fri Nov 28, 2008 6:16 pm
Posts: 1704
ช่วงนี้มันมาก เปิดหูเปิดตาจริงๆ ครับ ขอบคุณท่านตากะท่าเสธดำมากๆ เลย

_________________
ปกป้องสถาบัน


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 10:04 pm 
Offline

Joined: Thu May 28, 2009 1:02 pm
Posts: 3
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อความและภาพที่หาดูยาก ผมติดตามดูอยู่ทุกวันครับ ในลาวนี้ผมเคยปั่นจักรยานเข้าไปเที่ยว 4 ครั้งแล้วเป็นลาวเหนือ 3 ครั้ง ปั่นไปครั้งแรกเที่ยวเมืองหลวงพระบาง ครั้งที่สองไปแขวงเชียงขวางชมทุ่งไหหิน ครั้งที่สามไปซำเหนือ ไม่เคยทราบรายละเอียดมาก่อนเลยว่าสถานที่ผมปั่นจักรยานผ่านไปนั้นบางแห่งเคยเป็นสมรภูมิรบที่ดุเดือด แถมไปนอนค้างคืนเกือบทุกที่เลยเช่นที่บ้านท่าเรือทางแยกที่จะไปเมืองล่องแจง เมืองวังเวียงที่ตั้งสนามบินผมเอาจักรยานไปปั่นเล่นโดยไม่ทราบประวัติอะไรมากนักยังนึกชมว่าลานจอดรถยนต์ของที่นี้สร้างได้มาตราฐานแข็งแรงใหญ่โตมโหราฬ เมืองกาสีคราวไปหลวงพระบางก็แวะนอนโรงแรมที่นี้ทั้งไปและกลับยังจำชื่อได้เรือนพักสมจิตรอยู่ติดกับถูเขา พูคูนศูนย์กลางทางแยกของทางหลวงหมายเลข 13 และหมายเลข 7 กว่าจะปั่นจักรยานขึ้นไปถึงยอดเขาที่ตั้งตัวตลาดเล่นเอาแย่เหมือนกันระยะทาง 22 กม.ขึ้นอย่างเดียว ผมได้บันทึกภาพสถานที่เมืองดังที่กล่าวมานี้ไว้มากเหมือนกันโดยเฉพาะที่ซำเหนือได้บันทึกภาพถ้ำและอาคารสถานที่คณะของลาวฝ่ายซ้ายใช้เป็นกองบัญชาการและที่หลบภัย ไม่ทราบว่าท่านเจ้าของกระทู้จะอนุญาตให้นำมาลงหรือเปล่าถ้าไม่ขัดข้องผมจะนำมาลงให้ชมกันถึงแม้ว่าจะเป็นรูปที่เพิ่งจะถ่ายมาใหม่ๆแต่ว่าตัวสถานที่ของจริงครับ


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject: สงครามลับในลาว
PostPosted: Fri Jun 12, 2009 11:52 pm 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
ตอบ คุณ Trasarp

ถ้ามีรูปใหม่ๆจากสถานที่ที่คุณเอ่ยถึงก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านที่ยังไม่เคยไปบริเวณนั้นมาก่อน เชิญโพสท์เข้ามาเลยครับ ถ้าเป็นเมื่อ 35-40 ปีก่อน ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวแถวๆศาลาภูคูณและเขตเซียงขวาง คุณคงได้เห็นหรือได้ยินเครื่องบินทิ้งระเบิดวันละไม่ต่ำกว่า 50 เที่ยวแน่นอนครับ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญมาก ฝ่ายลาวคอมมิวนิสต์และทหารเวียตนามก็ต้องการยึดไว้เพราะเป็นเส้นทางที่เขาจะใช้บุกยึดเวียงจันทร์ ส่วนลาวฝ่ายขวาและ CIA ก็ต้องป้องกันไว้สุดฤทธิ์ คุณโชคดีกว่าอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสย้อนกลับไปดูพื้นที่สมรภูมิเลือดในอดีต


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 3:50 am 
Offline
User avatar

Joined: Tue Sep 30, 2008 12:18 am
Posts: 1329
หากเป็นการเล่าเรื่องเดินทาง ผมเสนอเป็นที่กระทู้ตามลิ๊งค์ข้างล่างนี้ ดีไหมครับ ?

ลาว ๒๐๐๙ วันวารที่ผ่านพ้น คลิ๊กที่นี่

คุณ trasarp ได้ทำสิ่งที่ผมอยากทำมาก คือทริปจักรยานไกลๆ
แต่ผมแก่แล้ว สังขารไม่ให้ เลยคอยให้กำลังใจคนที่ไปอย่างเดียว

ไม่ทราบว่าคุณ trasarp เข้าบอร์ด thaiMTB บ้างไหมครับ ?
ผมเสือทุ้ยเอง เข้าไปอ่านทุกวัน แต่ไม่ค่อยได้โพสท์

_________________
To sin by silence, of what we should protest
is a coward out of man.


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 7:17 am 
Offline
User avatar

Joined: Tue Sep 30, 2008 12:18 am
Posts: 1329
พอดีมี คห.เกินอยู่อันหนึ่ง ผมขอนำคลิปอุบัติเหตุที่เกิดกับ B-52 ในการฝึกทำแอร์โชว์
มาลงให้ดู จับตาดูลักษณะการบินให้ดีนะครับ

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=kVaAVN94sTs[/youtube]

จะเห็นว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะเกิดจากความมุ่งมั่นของ นบ. มากเกินไป
นบ.ต้องการเลี้ยวปีกลึก(Steep Turn)เพื่อแสดงสมรรถนะของ บ. หรือฝีมืออะไรแล้วแต่
เลี้ยวครั้งแรกได้ไม่ถึง ๑๘๐ องศา เครื่องก็เสียระยะสูงอย่างรวดเร็ว จากนั้น นบ.พยายามคืนปีก
(คลายแบ๊งค์) เพื่อ gain แรงยก ซึ่งได้ระยะสูงมาหน่อยหนึ่ง แล้ว นบ.ก็ turn ต่อโดยไม่รอแรงยกเพิ่ม
จะกลัวเสียฟอร์มหรืออะไรแล้วแต่ ตรงนี้เป็นจุดผิดพลาด

พอ Turn ต่อ ทีนี้คือหายนะ, นบ.เอียงปีก(bank) มากไป เครื่องเอียงเกือบ ๙๐ องศา
(ปกติแค่ ๖๐ องศานี่ก็เหลือเกินแล้วพ่อคุณเอ๊ย) จึงสูญเสียแรงยกอย่างรวดเร็ว แล้วจบอย่างที่ท่านเห็น

ขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัว นบ. และลูกเรือด้วยครับ

_________________
To sin by silence, of what we should protest
is a coward out of man.


Last edited by ตาทุ้ย on Sat Jun 13, 2009 5:19 pm, edited 4 times in total.

Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject: สงครามลับในลาว
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 7:55 am 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
เพื่อให้ผู้อ่านได้ข้อมูลที่สมบูรณ์และมองเห็นภาพรวมของการรบในสมรภูมิลาว ผมจึงได้พยายามฝึกการโพสท์ภาพที่เก็บไว้ใน Photo Bucket เพื่อประกอบเรื่องที่เขียนลงบอร์ด ตาทุ้ยเคยสอนวิธีให้แต่ผมก็หลงๆลืมๆ คลิกผิดบ้างถูกบ้าง....แต่ในที่สุด memory ก็กลับมาอีกครั้งและต่อไปคงจะมีรูปมาลงให้ท่านผู้อ่านได้ดูไปด้วย
แต่ถ้าหากยังมีข้อพิดพลาดบ้างก็คงไม่ว่ากันนะครับ.....(เสธ.ดำ ณ. ทุ่งกุลาาร้องไห้)

Image
ภาพการเติมน้ำมันบนอากาศของเครื่องบินรบในสมัยสงครามเวียตนาม-ลาว สามารถดูได้แทบจะทุกเช้าเนือน่านฟ้าจังหวัดอุดรฯ ขอนแก่น นครพนม อุบลฯและอีกหลายจังหวัดในภาคอิสาณ ส่วนเครื่องบินบรรทุกน้ำมันคือ CK-135 ประจำอยู่ที่ฐานทัพอากาศตาคลี จ.นครสวรรค์

Image
ดูเผินๆคลายปลัดขิกยักษ์ ตาม Guesthouse หรือเฮือนพักจะมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะชิ้นส่วนของลูกระเบิดที่ไม่ทำงานจะหาดูได้ไม่ยากในเขตเซียงขวาง ทุ่งไหหิน ที่เห็นในภาพคือส่วนหัวของระเบิดขนาด 500 ปอนด์ซึ่งถูกถอดชนวนออกแล้ว

Image
เครื่องบิน DC-4 ของ Air Continental กำลังเตรียมทิ้งข้าวสารโดยทาง USAID เป็นผู้จัดส่งให้ตามหมู่บ้านม้งซึ่งอพยพออกจากเขตสู้รบ ข้าวสารจะบรรจุ 50 กก.ต่อกระสอบ(ฏระสอบซ้อนสองชั้นเพื่อกันแตก)และจะทิ้งลงตามจุดรับของใกล้หมู่บ้าน นักบินจะทิ้งข้าวจากความสูงประมาณ 400-600 ฟุต

Image
เครื่องบินรบปราบยานยนต์และรถถัง Stinger ประจำอยู่ฐานทัพนครพนม

Image
C-130 Spectre Gunship ประจำอยู่สนามบินอุบลฯ

Image
เฮลิคอบเตอร์ของ Air America กำลังส่งเสบียงให้ม้ง....ในระหว่างสงคราม อเมริกาต้องเลี้ยงดูม้งทั้งครอบครัวเพราะผู้ชายอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปจะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ดังนั้นสมาชิกที่เหลือในครอบครัวจึงได้รับข้าวสารอาหารแห้งจากทาง USAID ซึ่งเป็นองการช่วยเหลือของสหรัฐในลาว

Image
ส่วนหนึ่งของนักบินม้งที่ล่องแจ้ง

Image[IMG]
เครื่องบินรบ F-4C กำลังรับการเติมน้ำมันกลางอากาศจากเครื่องบิน CK-135

Image
ทีมช่างเครื่องและพนักงานสรรพวุธกองทัพอากาศลาวซึ่งได้รับการฝึกจากฐานทัพอากาศสหรัฐ จ.อุดรฯ


Last edited by เสธ.ดำ on Sat Jun 13, 2009 12:12 pm, edited 9 times in total.

Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: สงครามลับในลาว
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 10:04 am 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
Image

ภาพนี้ท่านที่เคยทำงานในสนามบินอู่ตะเภาในระหว่างปี 2511-2518 คงจะเคยชินกับภาพการขึ้นลงของ B-52 ซึ่งย้ายฐานจากเกาะกวมมาประจำที่อู่ตะเภา


Image

B-52 ขณะนอนพักผ่อนรอคำสั่งขึ้นบินที่สนามบินอู่ตะเภา


Image

เจ้าหน้าที่แผนกเตรียมลูกระเบิดของ B-52 ประจำฐานทัพอู่ตะเภากำลังประกอบชนวนและตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อนนำไปติดตั้ง

Image
Image
Image

Image
เขี้ยวเล็บของ B-52

Image
ภาพจากสนามบินอู่ตะเภาในอดีต

Image
ลูกระเบิดจะถูกปล่อยออกมาจากท้อง( Bay)ของเครื่องบินเมื่อถึงเป้าหมาย

Image

ทุกครั้งที่ B-52 ออกปฏิบัติภารกิจจะต้องมีเครื่องบินคุ้มกันอย่างน้อย 3-4 ลำต่อ mission เครื่องบินที่ทำหน้าที่บินคุ้มกันจะบินขึ้นจากฐานทัพโคราช(ฝรั่งจะไม่เรียกนครราชสีมา แต่จะเรียกว่า Korat) ซึ่งจะมีเครื่อง F-102 F-104 หรือ F-105 เพราะเครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่อง Fighter ทำหน้าที่บินสกัดกั้นโดยเฉพาะ แต่ในยุคต้นสงคราม เครื่องบินเหล่านี้ทำหน้าที่ Bomber ด้วย ระยะหลัง F-4C ถูกผลิตออกมาแทนและเป็นพระเอกตลอดสงครามเวียตนามและสงครามลาว

B-52 จะทิ้งระเบิดแนวราบที่เพดานบิน 2 หมื่นถึง 3 หมื่น 5 พันฟุตขึ้นไป เฉพาะบริเวณทุ่งไหหิน แขวงเซียงขวาง นักบินจะบินเข้าพื้นที่และทิ้งระเบิดจากความสูงไม่เกิน 2 หมื่นฟุตเพราะข้าศึกไม่มีจรวด SAM เหมือนที่ใช้ในเวียตนาม B-52 ที่ปฏิบัติการในลาวจะมากันเที่ยวละ 2-3 ลำโดยมีเครื่อง F-102 F-105 หรือ F-4Cอย่างน้อย 3-4 ลำบินคุ้มกันตลอดเส้นทาง การทิ้งระเบิดของ B-52 ไม่จำเป็นต้องใช้เจ้านกกระเต็นหรือ RAVEN ชี้เป้า แต่จะใช้วิธีคำนวนตามข้อมูลข่าวกรอง ภาพถ่ายทางอากาศของเป้าหมาย เป็นการทิ้งระเบิดแบบปูพรม การทิ้งระเบิดของ B-52 ต่อเป้าหมายในลาวถือว่าเป็นความลับ แต่เสธ.ดำก็รู้ข่าวและต้องออกไปชมการแสดงสดทุกครั้งเพราะ พ.อ.ซัวย่า อดีตผบ.กองกำลังทหารม้งที่ภูผาที ซึ่งได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นเป็น ฝอ.3 ของนายพลวังเปาโดยทุกเช้าหลังจากการ Brief ที่บ้านวังเปาเสร็จก็จะมี ฮ.2 ลำเตรียมไว้สำหรับวังเปาออกตรวจแนวรบ 1 ลำ ของ พ.อ.ซัวย่าและทหาร"คัวกิน"(หน่วยเสบียงของวังเปาซึ่งจะต้องเตรียมข้าวปลาอาหารสำหรับท่านนายพลและผู้ติดตาม) เสธ.ดำเป็นตัวแทนของทหาร SGU 3 กองพันจากเขตเหนือลงมาช่วยรบที่ล่องแจ้ง จึงได้รับเกียรติให้ออกแนวพร้อมกับชุดของวังเปาทุกเช้า เมื่อมีรายการโชว์การทิ้งระเบิดของ B-52(ซึ่งเป็นความลับมาก) พ.อ.ซัวย่าก็จะรีบมากระซิบ เสธ.ดำ และขณะเดียวกัน Mr.Clean ผู้ซึ่งย้ายจาก ฉก.ราธิกุลเข้าไปประจำที่ บก. CIA อุดรฯ ก็จะแบกกล้อง อุปกรณ์ถ่ายหนัง(16มม.)มาร่วมขบวนด้วย ดังนั้นการทิ้งระเบิดของ B-52 จึงไม่เป็นความลับอีกต่อ


Last edited by เสธ.ดำ on Sat Jun 13, 2009 12:01 pm, edited 1 time in total.

Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 10:45 am 
Offline

Joined: Tue May 12, 2009 12:03 am
Posts: 100
โหจ๊าบโคตรๆ

_________________
เราว่าแล้ว *-*
Image


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 10:45 am 
Offline

Joined: Tue May 12, 2009 12:03 am
Posts: 100
ขออภัยมันติด2อัน

_________________
เราว่าแล้ว *-*
Image


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 12:40 pm 
Offline
User avatar

Joined: Fri Nov 28, 2008 6:16 pm
Posts: 1704
เรียนเสธดำ

ลูกระเบิดเขียวๆ ของบี 52 คือบอมบ์บี้ ใช่ไหมครับ ผมเห็นในลาวเอาเปลือกเขียวๆ ของลูกระเบิดผ่าซีกทำกระถางต้นไม้เยอะแยะไปหมด ดูเหมือนประชดประชันคนเอาไปทิ้งยังไงยังงั้นเลยนะครับ มองอีกแง่ก็รีไซเคิล ลดโลกร้อน

_________________
ปกป้องสถาบัน


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 1:24 pm 
Offline
User avatar

Joined: Sat May 30, 2009 12:24 pm
Posts: 248
เครื่อง C-130 ติดปืนใหญ่นี่เป็นความลับสุดยอดใหมครับในสมัยนั้น
เคยมีช่างไฟที่สนามบินอุบลเล่าให้ฟังว่าจะขึ้นบินแต่กลางคืน
แล้วเครื่อง B-52 ทิ้งระเบิดในลาวตั้งแต่ปี2511เลยหรือเปล่าครับ คิดว่าเพิ่งทิ้งตอน 2514-2515ตอนล่องแจ้งคับขันอยู่
เดี๋ยวนี้เปิดกลูเกิลเอริ์ท ดูแถวๆ ภูเทิง เชียงขวาง ยังเห็นหลุมกลมๆเต็มไปหมด


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 3:25 pm 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
ตอบ คุณ KDMM

บอมบี้ หรือ Cluster Bomb จะทิ้งโดย T-28, A-1E Sky Raider หรือไม่ก็ F-4C เพราะต้องการกำหนดเป้าหมายเช่นทิ้งเพื่อดักสกัดเส้นทางหลบหนีหรือถอนกำลังหรือเคลือนกำลังของข้าศึกที่รู้ที่ตั้งชัดเจน ส่วนระเบิดที่ B-52 ทิ้งลงมาจะเป็นระเบิดทำลายชนิด 250 และ 500 ปอนด์ B-52 เขาออกแบบมาเพื่อบรรทุกระเบิดนิวเคลียส์แต่รอแล้วรออีกก็ไม่มีโอกาสใช้บริการเพราะสถานะการณ์ของโลกเปลี่ยนไป ต่างฝ่ายต่างก็กลัวความหายนะของสงครามนิวเคลียส์ ดังนั้น B-52 จึงถูกนำมาใช้ให้คุ้มค่าในสงครามเวียตนามและในลาว


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 3:59 pm 
Offline

Joined: Tue Feb 10, 2009 8:50 am
Posts: 197
Location: Khonkaen
ตอบ คุณแมวเซา

ครับ การที่เครื่อง Spectre C-130 จะขึ้นบินก็ต้องปกปิดเป็นความลับเพราะสมัยนั้นคอมมิวนิสต์วางสายลับก็ติดฐานบิน ทั้งที่อุดรฯ นครพนมและอุบลฯ(มีการจับได้และรับสารภาพด้วย) เขาจะรายงานไปยังเครือข่ายของเขาเหมือนกับทีมข่าวของเรารายงานเข้า บก. เช่นมีเครื่องบินชนิดไหนขึ้นเวลาเท่าไร ซึ่งข่าวดังกล่าวได้เอื้อประโยชน์ให้แก่การปฏิบัติการรบของทหารเวียตนามเหนือและทหารคอมมิวนิสต์ปะเทดลาวเป็นอย่างมากเพราะเขาสามารถรู้และคำนวณเวลาเครื่องบินจะมาถึงได้อย่างแม่นยำ ส่วน B-52 นั้นภารกิจหลีกอยู่ที่เวียตนามและถนนสาย 9 "เส้นทางโฮจิมินห์"(Hochiminh Trail) ส่วนภารกิจในลาวนั้นถือว่าเป็นลองจากเวียตนาม และที่คุณเข้าใจนั้นถูกแล้ว B-52 เริ่มถูกนำมาใช้ในลาวตอนเหนือในปลายปี 2513-2515 ส่วนใหญ่จะเป็นการบอมบ์ข่มขวัญกองกำลังเวียตนาม 7 หมื่นคนที่บุกเข้ามาเพื่อช่วยทหารลาวคอมมิวนิสต์ในเขตเซียงขวาง ส่วนที่คุณเห็นหลุมระเบิดในกูเกิ้ล เอิร์ทที่บริเวณภูเทิงนั้น เป็นการทิ้งปูพรมเมื่อปลายปี 2515 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมอยู่บริเวณนั้นกับทหาร SGU 3 กองพันและทหารไทยอาสาฯ อีก 6 กองพันซึ่งถอนตัวออกจากทุ่งขึ้มาตรงคังโค้ก่อนจะถึงผาดง LS-5 B-52 ทำการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องลงบนทุ่งไหหินซีกฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะทหารเวียตนามเหนือพร้อมรถถัง ปืนใหญ่ได่บุกข้ามทุ่งมาอยู่บริเวณดังกล่าว จึงต้องสกัดด้วย B-52 และ Mr.Clean ช่างภาพสงครามกิติมศักดิ์(เพราะไม่กล้าลุยถ่ายภาพการสู้รบภาคพื้นดิน แต่จะเลือกทำเลสวยๆแต่อยูห่างจากแนวรบเพื่อตั้ง Tri-Pod จับภาพ B-52 ทำงาน)


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 5:47 pm 
Offline

Joined: Sat Jun 13, 2009 5:37 pm
Posts: 2
สวัสดีครับทุกคน


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 6:26 pm 
Offline

Joined: Sat Jun 13, 2009 5:37 pm
Posts: 2
ขอบคุณ ทุกคนที่มาบอกเล่าให้ผมได้รู้ เกี่ยวกับสงความในลาว ผมอายุ 30 โดยส่วนตัวคนที่บ้านเป็นทหาร ผมจึงชอบฟัง ชอบหาข้อมูล
ปู่ของผมเคยไปรบเวียดนามและ ลาวเหมือนกัน ผมจึงเข้าใจสงครามที่เกิดที่นี่ มาบ้างแต่คงเล็กน้อยถ้า เทียบกับ คุณ firefly, ตาทุ้ย,เสธ ดำ ผมรู้สึกดีใจมาก ที่ได้อ่านกระทู้ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลานั้น ทำให้ผมรู้สึกว่า เหมือนคุยกับปู่ของผม ผมชอบให้ปู่เล่าให้ฟัง แต่ปู่ท่านเสียไปได้ 10 ปีแล้วแต่ผมยังคิดถึงท่านเสมอ ปู่เป็นทหารบก อยู่ปืนใหญ่ที่ลพบุรี แต่ท่านอยู่หน่วยบิน ทหารบก ผมไม่ทราบ ว่าท่านอยู่หน่วยอะไร ในช่วงที่มีสงครามผมลืมถามท่าน ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยรู้เรืองเกี่ยวกับทหารซักเท่าไร รู้เพียงว่าเป็นทหารปืนใหญ่ อยู่หน่วยบิน สมัยนั้นที่ปืนใหญ่ ลพบุรี เค้าเรียก ร.ร. การบิน ทหารปืนใหญ่ หรืออะไร นี่หล่ะจำชื่อไม่ได้แล้ว เห็นแต่ในรูปที่บ้านเก่า ซึ่งตอนนี้เป็นศูนการบินทหารบก
ผมอยากถาม ตาทุ้ย กับ เสธ ดำ และ fire fly มีรูป เฮลิคคอบเตอร์ กันชิป ชื่อหน่วยHelicopter Gunship หน่วย White Horse ประจำอยู่ค่ายเสณีย์รนยุทธ กก.ชด.เขต 4 อุดรฯ บ้างไหม อยากชมหน่อยครับ หรือเล่าคร่าวๆก็ได้ครับ ว่าหน่วยนี้เป็นอย่างไร จะเป็นพระคุณ ส่วนตัวชอบเกี่ยวกับ บ. และ ฮ. มากครับ หรือผู้ใดรู้ช่วยบอกด้วยครับ


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jun 13, 2009 8:04 pm 
Offline
User avatar

Joined: Tue Sep 30, 2008 12:18 am
Posts: 1329
ได้เลยครับ จัดไป...อย่าให้เสีย แต่มีถาพเดียวเอง

Image

หน่วย White Horse เป็นหน่วย ฮ. กันชิพ ที่บินโดย นบ.ไทย จัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๑๕(1972)
หน่วย White Horse ตามภาพ(สังเกต Emblem ที่หัวเครื่อง) เป็นหน่วยบินกันชิพ ประจำอยู่ที่ปากเซ
รายละเอียดอื่นๆ รอท่านเสธ.ดำ มาเล่าให้ฟังนะครับ

_________________
To sin by silence, of what we should protest
is a coward out of man.


Report this post
Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sun Jun 14, 2009 5:53 am 
Offline
User avatar

Joined: Tue Sep 30, 2008 12:18 am
Posts: 1329
เสธ.ดำ wrote:
..........ผมลืมบอกไปว่าทีมหาข่าวจะแต่งตัวด้วยเครื่องแบบของทหารฝ่ายคอมมิวนิสต์ปะเทดลาว อาวุธประจำกายคือ AK-47 หรืออาร์ก้า การคัดเลือกทีมหาข่าวจะต้องเอาคนที่เคยอยู่ในพื้นที่หรือมีญาติอยู่ในพื้นที่เป้าหมายเพราะจะต้องมีการติดต่อกันกับญาติเพื่อสร้างข่ายการข่าวขึ้น...........


ผมอ่านข้อความของท่านเสธ.ดำตรงนี้แล้ว ทำให้ผมได้คำตอบกับปัญหาคาใจบางอย่าง

เมื่อเดือนเมษา ปี ๕๐ ผมไปร่วมงานสังสรรค์นักรบนิรนาม ๓๓๓ ที่หอประชุม ทบ. เทเวศร์
ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักท่านเสธ.ดำ แต่ได้รู้จักพี่ Night Fighter ในงานนั้น พองานเลิก
ก็ออกมายืนรอรถกันที่หน้าหอประชุม

มีอดีตนักรบนิรนามท่านหนึ่งมาคุยด้วย ผมก็ลืมถามว่าท่านชื่ออะไร เพราะตอนนั้นท่านเดินไม่ตรงทางแล้วละ
พอท่านทราบว่าผมกำลังค้นคว้าเรื่องสงครามลาว ท่านก็ดึงแขนผมเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดเบาๆว่า


" ไอ้น้อง....พี่จะบอกอะไรให้อย่างหนึ่ง แต่เอ็งต้องเก็บเป็นความลับสุดยอดเลยนะ " ผมถึงกับตาลุก ตั้งใจฟัง
นักรบท่านนั้นพูดต่อ
" พี่เนี่ย....เห็นมากับตาของพี่เองเลยนะ ว่า ฮ. ของฝ่ายเรานี่แหละ หิ้วอาวุธกระสุน
ไปส่งให้ฝ่ายตรงข้าม แล้วสงครามมันจะจบได้ไง ? เอ็งรู้แล้วเหยียบเลยนะ ....เอิ๊ก "


ตอนนี้ผมรู้แล้วครับ หากคุณพี่ท่านนั้นได้มาอ่านที่ท่านเสธ.ดำเขียน ก็คงทราบเช่นกัน
ผมเหยียบมาสองปีกว่า ตอนนี้ผมคงไม่ต้องเหยียบแล้วนะครับ 555+

_________________
To sin by silence, of what we should protest
is a coward out of man.


Report this post
Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 746 posts ]  Go to page Previous  1 ... 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21 ... Next
</body> </html>